โรคมาลาเรีย

posted on 19 Jul 2009 13:20 by mv-onion in knowlege

 

 

โรคมาลาเรีย

มาลาเรีย

 

กลุ่มเสี่ยงโรคมาลาเรีย ควรคัดกรองตนเองก่อนบริจาคโลหิต         

         ปัจจุบันงานบริการโลหิตในประเทศไทยยังไม่มีการตรวจเชื้อมาลาเรียในโลหิตบริจาค เพราะไม่มีวิธีตรวจในห้องปฏิบัติการที่สามารถตรวจพบเชื้อนี้ได้อย่างเหมาะสม ซึ่งเชื้อมาลาเรียที่ติดมากับโลหิตบริจาค สามารถถ่ายทอดไปยังผู้รับโลหิตได้ ดังนั้นการคัดกรองผู้บริจาคโลหิตที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อโรคมาลาเรียจึงสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากผู้ที่เคยป่วยเป็นไข้มาลาเรียมาก่อน และมีภูมิต้านทานสูงหากเป็นโรคนี้อีก  อาจจะไม่ปรากฏอาการไข้ที่ชัดเจน หรืออาจจะไม่มีอาการใดๆเลย เมื่อเข้าไปในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคไข้มาลาเรีย ควรงดบริจาคโลหิต และให้ตรวจเลือดหาเชื้อมาลาเรียทันที  

บุคคลเหล่านี้ควรงดบริจาคโลหิตชั่วคราว

1. เข้าไปในพื้นที่ที่มีมาลาเรียชุกชุมในระยะ 1 ปี พื้นที่ที่มีมาลาเรียชุกชุม ได้แก่ จังหวัดตาก กาญจนบุรี แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ตราด ประจวบคีรีขันธ์ จันทบุรี ราชบุรี และระนอง            

2. เคยป่วยเป็นมาลาเรียในระยะ 3 ปี            

            ผู้บริจาคโลหิตควรให้ความร่วมมืออย่างเคร่งครัดในการให้ประวัติการสัมผัสหรือติดเชื้อมาลาเรีย เนื่องจากยังไม่มีวิธีตรวจเชื้อมาลาเรียที่เหมาะสม โปรดระลึกไว้ว่าผู้ป่วยอาจเสียชีวิตจากการติดเชื้อมาลาเรียจากโลหิตได้ รู้จักโรคมาลาเรียก่อนบริจาคโลหิตมาลาเรีย หรือไข้จับสั่น เป็นโรคร้ายที่ทำลายทั้งชีวิต และเศรษฐกิจของมนุษย์มาช้านานจนถึงปัจจุบันยังไม่หมดไป ทั้งๆที่องค์การอนามัยโลกได้พยายามควบคุมกวาดล้างมาลาเรียมาตั้งแต่ พ..2498 มาลาเรียหายไปจากหลายประเทศในยุโรป ญี่ปุ่น และเกาหลี แต่ยังมีมากในเขตร้อน ในแต่ละปีจะมีคนเป็นโรคนี้ประมาณ 300 ล้านคน เสียชีวิตประมาณ 1-2 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นเด็กในทวีปอาฟริกา จึงนับว่าเป็นโรคที่ทำลายชีวิตมากกว่าโรคใดๆทั้งสิ้น 

         สาเหตุ เกิดจากเชื้อมาลาเรียพลาสโมเดียม (Plasmodium) ซึ่งเชื้อ โปรโตซัว เชื้อมาลาเรียมีอยู่หลายชนิดแต่ที่พบมากที่สุดในประเทศไทยมีอยู่เพียง 2 ชนิด

1. พลาสโมเดียมฟัลซิพารัม ( Plasmodium Falciparum )

2.พลาสโมเดียมไวแวกซ์  (Plasmodium Vivax )

          ติดต่อกันโดย  "ยุงก้นปล่อง"ไปกัดผู้ที่มีเชื้อมาลาเรียอยู่แล้วเชื้อเข้าไปเจริญแบ่งตัวในยุง  เมื่อยุงกัดคนก็จะปล่อยเชื้อเข้าสู่คน เชื้อจะเจริญเติบโตในเซลล์ตับ และเม็ดเลือดแดง ทำให้เม็ดเลือดแดงแตกและจะทำให้เกิดอาการต่างๆขึ้น ระยะเวลาตั้งแต่เชื้อมาลาเรียเข้าสู่ร่างกายของคนจนเกิดอาการ (ระยะฟักตัว) ประมาณ 14 วัน อาการสั้นหรือยาวแล้วแต่ชนิดของเชื้อภูมิต้านทานของผู้ป่วยและการรับประทานยาป้องกันมาลาเรีย พื้นที่ที่พบว่ามีเชื้อมาลาเรียระบาดสูงคือพื้นที่ที่มียุงก้นปล่องชุกชุม มักเป็นพื้นที่ป่าเขาโดยเฉพาะบริเวณชายแดนไทย -พม่า และ ไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นเขตจังหวัดต่างๆ ดังได้กล่าวมาแล้ว และมีอัตราการตายสูงที่ตาก ตราด กาญจนบุรี แม่ฮ่องสอน และระนอง มาลาเรียในประเทศไทยรักษายากกว่าที่อื่น เพราะเชื้อมาลาเรียพลาสโมเดียมฟัลซิพารัมดื้อต่อยาต้านมาลาเรียเกือบทุกชนิด โดยเฉพาะคลอโรควิน   อาการ ผู้ที่ได้รับเชื้อเมื่อพ้นระยะฟักตัวแล้วจะไม่สบาย 2 - 3 วัน ต่อมามีไข้ หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย คลื่นไส้ อาเจียน มักมีไข้เป็นพักๆ อาจมีภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น มาลาเรียขึ้นสมอง น้ำตาลในเลือดต่ำ เหลือง ซีด ปัสสาวะดำ ไตวาย ปอดบวมน้ำ ทำให้เสียชีวิตได้  

การป้องกัน
1. การป้องกันโดยทั่วไป
การป้องกันส่วนบุคคล โดยป้องกันไม่ให้ยุงกัดเป็นวิธีที่ดีที่สุด ซึ่งใช้วิธีการดังนี้

·         นอนในมุ้งหากชุบมุ้งด้วยสาร Permethrin จะดียิ่งขึ้น

·         ขณะอยู่ในบริเวณหรือปฏิบัติการในสนามเวลากลางคืน ให้สวมเสื้อผ้าที่รัดกุม โดยใส่เสื้อผ้าแบบยาว กางเกงขายาว หากชุบด้วยสาร Permethrin จะได้ผลดียิ่งขึ้น

·         ใช้ยาทาไล่แมลง โดยทาบริเวณผิวหนัง ซึ่งอยู่นอกเสื้อผ้า เช่น มือ - คอ ทาลึกเข้าไปในเสื้อผ้าพอสมควร(ห้ามไม่ให้ถูกริมฝีปากและตา) รวมทั้งบริเวณ เสื้อผ้าที่ยืดตึงและยุงสามารถกัดผ่านทะลุเสื้อผ้าได้ เช่น ไหล่ สะโพก การทายา ครั้งหนึ่งอาจป้องกันไม่ให้ยุงกัดได้นานประมาณ 2 - 4 ชม.

การควบคุมพาหะและสิ่งแวดล้อม

·         การเลือกที่พักแรม ควรอยู่ห่างจากแหล่งน้ำที่มีเชื้อมาลาเรียแพร่กระจายสูง หรือแหล่งเพาะพันธ์ยุงไม่น้อยกว่า 2 กม.

·         การใช้มุ้งลวดกันยุงตามประตู หน้าต่าง ของอาคาร ส่วนประตูควรปิดบานพับ สปริง เปิดออกข้างนอก และปิดได้เอง ถ้าใช้เต้นท์ ทางเข้าของเต้นท์มีมุ้งห้อย ปิดกั้นแบบม่าน

·         การทำลายยุงโดยการพ่นสารเคมีกำจัดแมลง เช่น D.D.T.,Permethrin ในที่พักและบริเวณใกล้เคียง

·         การกำจัดลูกน้ำโดยใช้สารเคมี เช่น ทราย Abate หรือใช้สิ่งมีชีวิต เช่น ปลาหางนกยูงกับลูกน้ำ

·         การควบคุมแหล่งเพาะพันธุ์ยุง สำหรับหน่วยทหารที่ตั้งอยู่นานต้องกำจัดแหล่งเพาะพันธ์โดยการระบายน้ำขังออก การถมแหล่งน้ำ ขุดลอกลำธาร คู ให้น้ำไหลได้ สะดวก กำจัดวัชพืช สูบน้ำเข้า-ออก เพื่อเปลี่ยนระดับน้ำ รวมทั้งทำลายแหล่งภาชนะอื่นๆ


2. การใช้ยาป้องกัน
ไม่นิยมให้ใช้ เพราะจะทำให้เชื้อดื้อยา เกิดการแพ้ยา หรืออาการข้างเคียงของการใช้ยาได้ยกเว้นกรณีจำเป็นให้ปรึกษาแพทย์

การรักษา

ในกรณีที่ไปปฏิบัติงานในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อมาลาเรีย เมื่อมีอาการที่น่าสงสัยว่าจะเป็นมาลาเรีย และไม่สามารถเจาะเลือดเพื่อการตรวจการติดเชื้อได้ให้ รับประทานยา 2 วัน วันแรกรับประทานยา Artesunate 50 mg 6 เม็ด ร่วมกับ Mefloquine 250 mg 3 เม็ด วันที่ 2 รับประทานยา Artesunate 50 mg 6 เม็ด ร่วมกับ Mefloquine 250 mg 2 เม็ด โดยรับประทานวันละครั้งหลังอาหาร เมื่อออกจากพื้นที่หรือมีโอกาสควรได้รับการเจาะเลือดตรวจวินิจฉัย การติดเชื้อมาลาเรียโดยเร็วที่สุด 
หน่วยงานและสถานที่ให้การบำบัดรักษาโรคมาลาเรีย

·         อาสาสมัครมาลาเรีย

·         อาสาสมัครสาธารณสุข

·         สถานีอนามัย

·         โรงพยาบาล

·         มาลาเรียคลินิกทุกแห่งที่อยู่ใน-หน่วยควบคุมโรคติดต่อนำโดยแมลง-ศูนย์ควบคุมโรคติดต่อนำโดยแมลง-สำนักงานควบคุมโรคติดต่อนำโดยแมลง 

ข้อมูลจาก  กองมาลาเรีย กรมควบคุมโรคติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข

 

Comment

Comment:

Tweet